in Interview, Laemgate

ดราม่าหนัก :ที่เธอทำอยู่มันคือ “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ”

ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ

สํานวนสุภาษิตนี้ หมายถึงการกระทำที่มีการลงทุนลงแรงไปจำนวนมากแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมามีผลเล็กน้อยมากหรือแทบไม่มีประโยชน์ใดๆ

ที่มาของสํานวน เปรียบเปรยถึงการตำน้ำพริกจำนวนหนึ่งหากนำไปละลายในหม้อแกงก็จะทำให้มีรสชาติอร่อย แต่หากนำน้ำพริกไปละลายในแม่น้ำที่กว้างใหญ่ ไม่สามารถที่จะทำให้แม่น้ำมีรสชาติใดๆเปลี่ยนไปได้ เสียของโดยเปล่าประโยชน์

อ้างอิงจาก เว๊ปไซต์ 

 

 

ความน้อยใจย่อมเกิดขึ้นในเวลากลางคืน ความรู้สึกเหมือนหัวใจทำงาน แต่โดนลบล้างด้วยแผ่นเท้า ทำไมคืนนี้คุณโค้กมาแนวดราม่าแรง ก็เพราะ “บนโลกใบนี้ไม่มีใครมีความสุขทุกวันหรอก วันนี้มี พรุ่งนี้ไม่มี” เปิดหัวด้วยดราม่าแรงกับประโยคลอยๆที่พ่นออกมาจากอากาศให้กระทบที่หู สะเทือนถึงหัวใจ กับคำว่า “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ตลอดเกือบจะหนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้เริ่มจริงจังกับการถ่ายแฟชั่นเซต มักโดนคำพูดแบบนี้อยู่บ่อยๆ สม่ำเสมอ ดังต่อไปนี้

“นี่มันร้านอาหารจริงหรือ ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือ”

“ฉันว่ามันไม่โอเค ตัวตนของเธอมันหายไป มันไม่ใช่ตัวเธอ”

“ต้องเว่อร์ โอเว่อร์กันถึงขนาดนี้เลยหรอ ก็แค่ร้านอาหารเล็กๆ”

“ทำร้านให้ได้กำไรก่อนดีไหม ค่อยเอาเงินมาเผาเล่น”

และพีคสุดกับคำว่า “ฉันว่าหยุดตำน้ำพริกละลายแม่น้ำได้แล้ว”

พยายามข่มใจและบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า สักวันทุกคนจะเข้าใจ แต่ยิ่งนับวันเหมือนยิ่งไม่เข้าใจ เมื่อถึงเวลาวันหนึ่งเราคงต้องพูด ทำไมต้อง “ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ” ประโยคนี้หมายถึงการกระทำที่มีการลงทุนลงแรงไปจำนวนมากแต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับมามีผลเล็กน้อยมากหรือแทบไม่มีประโยชน์ใดๆ แต่เราว่าไม่ใช่ เพราะทุกครั้งที่ลงทุนไปสิ่งที่ได้กลับมาคือคำว่า แบรนด์ Brand Awareness หรือการระลึกได้ของแบรนด์ในความคิด และจิตใจของลูกค้า

 

Brand Awareness ของLaemgate คือ….

เมื่อคิดถึงอะไรในกระแส อะไรที่เรียกว่าปัง อะไรที่เรียกเสียงหัวเราะได้ ขอให้ทุกคนนึกถึงเรา Laemgate โรงงานผลิตความสุข Recipes for Small Happiness แบบฉบับความสุขเล็กๆจากก้นครัว ถ้าสื่อแค่นี้ ไปถึงแค่นี้ เราก็นอนตายตาหลับแล้วจริงๆ เพราะมูลค่าของธุรกิจในบางครั้งไม่ใช่เพียงบรรทัดสุดท้ายจากกำไรหรือยอดติดลบจากธุรกิจ แต่สิ่งที่สำคัญในวันนี้ แบรนด์ได้ทำให้ธุรกิจมันมีชีวิตแล้วหรือยัง มองมุมกลับ หากแบรนด์นั้นขายดีมากๆ ยอดกำไรเป็นบวกเสมอ แต่ตัวตนของแบรนด์หาไม่เจอ วันหนึ่งแบรนด์อาจไม่เป็นบวกก็ได้ เพราะลูกค้าไม่รู้สึกว่าแบรนด์ต้องการสะท้อนถึงอะไร นอกจากขายดีแล้วทุบหัวเข้าบ้านไปวันๆ

 

Laemgate เลือกทุบหัวใจเข้าบ้าน

มีครั้งหนึ่งเราได้มีโอกาสได้คุยกับเจ๊ต่าย Jaytherabbit เจ๊ต่ายเปิดหัวกับบทสนทนาได้ดีมาก “เจ๊ว่าหนูเหงา เจ๊ว่าหนูทำงานเยอะไป เจ๊ว่าหนูขาด หนูขาดการเอา เอาแต่ใจให้ตัวเองบ้าง” ทำงานเยอะไปอันนี้คือจริง เหงาไหมก็คือเรื่องจริง เพราะทุกวันนี้คนหลายคนรอบตัวเราวิ่งตามความคิดเราไม่ทัน กระโดดตามเราไม่ทัน ทุกคนต่างเดินหาย เดินจาก บอกลากันไป จนบางครั้งเรามานั่งคิดกับตัวเองอยู่เสมอว่า เราทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร และอีกนานไหมที่ต้องพบเจอแบบนี้ และคำสุดท้ายที่ทำให้บทสนทนาแรกเริ่มต้นและเป็นบทสนทนาสุดท้ายคือคำว่า “หนูขาดการเอาแต่ใจให้ตัวเองบ้าง” คำนี้ถูกต้องเพราะที่ทำอยู่ทุกวันนี้เราทำเพื่อใคร ถ้าทำเพื่อตัวเอง ก็นอนอยู่บ้านสบายๆกินสมบัติเก่าไปยังไงก็สบาย ไม่ต้องมาดิ้นรน โดนคนโน่นนี้ว่าเรา แต่วันนี้เราเลือกที่จะเดิน เลือกที่จะหยุดการเอาแต่ใจให้ตัวเอง แต่เป็นการยกใจให้คนอื่น ให้แบบไม่มีเงื่อนไข ถ่ายรูปแฟชั่นเซตแต่ละครั้งใช้เงินสูงพอสมควร แต่ทำไมเราทำ เพราะเราอยากให้ทุกคนมีความสุข เราเลือกทุบกระปุกเงิน แต่แลกกับการทุบใจจากลูกค้าเข้าบ้าน ดูงานของเรา ดูได้ไม่ต้องเสียเงิน ดูงานเราได้ เราไม่ได้บอกว่าเปิดรูปเรา แชร์รูปเราแล้วเสียเงิน สิ่งนี้ที่เรามักบอกกับตัวเองเสมอ วันนี้ไม่มีค่าไม่เป็นไร ถ้าวันไหนเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราทำ เงินเท่าไรก็ซื้อเราไม่ได้ ถ้าไม่มากพอ

ควายออกจากคอกตอนเช้าเย็นยังได้กลับ แต่เราเป็นดาราออกไปทำงานแล้วไม่รู้นะว่าจะได้กลับเมื่อไหร่

ทุกอาชีพเหนื่อยเหมือนกันหมด ดาราใครบอกไม่เหนื่อย “ควายออกจากคอกตอนเช้าเย็นยังได้กลับ แต่เราเป็นดาราออกไปทำงานแล้วไม่รู้นะว่าจะได้กลับเมื่อไหร่” คำพูดพร้อมรอยยิ้มจากป้าหน่อย ทุกอาชีพเหนื่อยหมดลูกเป็นเจ้าของกิจการก็เหนื่อยบริหารคน บริหารธุรกิจ ป้าเป็นดาราก็เหนื่อยแสนเหนื่อย ดังนั้นเราต้องรู้ว่าสิ่งที่เราได้มานั้นคือ “เงิน” แลกมาด้วยความเหน็ดเหนื่อย วันนี้มี พรุ่งนี้อาจไม่มีก็ได้ วันนี้มีงาน พรุ่งนี้งานไม่มีงานก็ได้ มีคนบอกว่าเป็นดารา ออกงานแต่ละทีได้เงินหลายบาท ป้าเข้าใจว่าได้จริงๆแต่ถ้าเดือนนึงมีงานเดียว แล้วเดือนต่อไปกินอะไรจ๊ะ คำพูดจากผู้หญิงอายุ 69 ปี ที่มีสติเสมอกับการบริหารชีวิตและบริหารการเงินจากรายได้

 

อย่าดูถูกคนด้วยคนไม่ใช่คน

วันนี้ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับตัวหนู แต่ฟังคำป้าหน่อยไว้นะลูก “หนูทำให้ป้าหน่อยมหัศจรรย์ในสิ่งที่หนูทำและป้าหน่อยเชื่อว่า พ่อกับแม่หนูก็ภูมิใจไม่น้อย” ป้าหน่อยยิ้มแล้วหัวเราะป้าอยากกินขิง เปลี่ยนเรื่องได้เร็วมากป้าหน่อย แต่สิ่งหนึ่งในวันนี้ที่ทำให้เรารู้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการปลุกปั้นแบรนด์บ้านๆของพ่อแม่ จากร้านอาหารทะเลเล็กๆเปิดอยู่ริมทะเลมากกว่า 30 ปี มาถึงขนาดนี้ทุกอย่างไม่ได้โรยด้วยกุหลายอิงลิชโรส มันไม่ได้เป็นดั่งฝัน แต่สักวันฝันก็อาจเป็นจริงได้ เพราะไม่ได้ทำเพียงแค่นั่งแต่ฝัน และสิ่งหนึ่งที่สอนเราทุกวันนี้ “อย่าดูถูกคนด้วยคนไม่ใช่คน” และอย่าซ้ำเติมคนด้วยแผลเก่าๆ เพราะในบางครั้งคนที่คุณดูถูก อาจเป็นคนที่คุณต้องขอความช่วยเหลือเขาในอนาคต หรืออดีตที่ผ่านมาก็เช่นกัน…..ขอบคุณป้าหน่อยนะครับ

บทเรียนวันนี้ ป้าปอบสอนชีวิต…ให้สุดป๊อบ